Pivot

ศาสตร์แห่งการเปลี่ยนทิศเมื่อชีวิตหมดไฟ

เคยรู้สึกหมดไฟไหม เมื่อวันหนึ่งตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกไร้เรี่ยวแรง หมดกำลังใจจะทำทุกสิ่งอย่าง สภาพแวดล้อมผลักดันให้เราอยากหลีกหนีออกมาจากทุกสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ใครจะรู้สึกอย่างนั้น เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตวัยทำงานที่ทุกคนต้องเคยผ่านอารมณ์นี้

“หมดไฟ” แต่ก่อนจะหนีไปขอให้คิดอย่างจริงจังอีกครั้งว่า ที่ว่า “หมด” นั้นหมด “เพราะอะไร” เพราะงานน่าเบื่อ หนัก เหนื่อย ขาดความก้าวหน้า เพื่อนร่วมงานมีปัญหา ไร้เวลาเป็นของตัวเอง ฯลฯ

เพราะในโลกนี้ไม่มีอาชีพไหนสวยหรู ไม่หนักไม่เหนื่อย ผลตอบแทนมากความรับผิดชอบยิ่งมาก และความสามารถยิ่งต้องมากกว่าอีกหลายเท่าตัว

การจะออกจากงานประจำเมื่อรู้สึกว่า “หมดไฟ” ดูจะเป็นทางออกที่เราต้องการ เมื่ออยากค้นหาตัวเองอีกครั้ง ตามหาความฝันที่หายไป

ก่อนจะถึงวันนั้น อยากให้อ่านหนังสือเล่มนี้ก่อน “ศาสตร์แห่งการเปลี่ยนทิศเมื่อชีวิตหมดไฟ” หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือแปล ดังนั้นประสบการณ์ที่ผู้เขียนเล่าให้เราฟังอาจจะแตกต่างจากวัฒนธรรมบ้านเรานิดหน่อย แต่เนื้อหาในเล่มอ่านแล้วได้ประโยชน์มาก

ตั้งหลัก — ค้นหา — นำร่อง — ออกตัว — ผู้นำ

คือคีย์เวิร์ดสำคัญของหนังสือเล่มนี้

1.”ตั้งหลัก” สร้างเข็มทิศของคุณ — อย่าออกเดินทางเลย…ถ้าคุณไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน และคุณไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรได้ดี

2.”ค้นหา” ใครบ้างที่คุณควรจะปรึกษา — อย่าลืมว่าพี่เลี้ยง ทักษะ โอกาส เป็นสิ่งล้ำค่าที่คุณต้องหาให้เจอ

3.”นำร่อง” ทดลองทำ — เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่ไม่ต้องใช้เวลามาก อาศัยเวลาที่เหลือจากการทำงานค่อยๆ ลองผิดลองถูก อะไรที่เหมาะกับคุณ และอะไรที่ไม่ใช่

4.”ออกตัว” อย่ารอคอยให้ทุกอย่างสมบูรณ์แล้วค่อยลงมือทำ — เมื่อคุณเริ่มออกตัวแสดงว่าคุณได้เตรียมตัวเตรียมใจมาบ้างแล้ว คุณรู้ว่าความเสี่ยงที่ต้องเจอคืออะไร และตอนนี้คุณก็พร้อมแล้วที่จะลองผิดลองถูกกับมัน

5.”ผู้นำ” — นำตัวเองได้แล้วนำคนอื่น คนส่วนมากที่อยากไปจากองค์กรอาจมีหลายเหตุผล แต่เหตุผลแรกๆ มักจะเป็น “คนทิ้งหัวหน้าไม่ใช่บริษัท” หากคุณเข้าใจประโยคนี้ คุณกำลังเข้าใจถึงความหมายของคำว่า “ผู้นำ”

สักวันหนึ่งถ้าคุณนำตัวเองได้ คุณจะนำคนอื่นได้ และถ้าคุณมีทักษะทางอาชีพที่ดี มีความรู้ กล้าคิด และมีจิตใจที่คิดถึงคนอื่น วันนั้นในสถานที่ๆ คุณอยู่จะมีผู้นำดีๆ เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน และเป็นคนที่สร้างความสุขและมีประโยชน์กับคนรอบข้าง ทำให้สังคมนั้นน่าอยู่ขึ้น

หวังว่าคนๆ นั้นจะเป็นคุณ

และหวังจริงๆ ว่า “ไฟที่ดับไป” จะเปล่งแสงขึ้นมาใหม่ได้อีกครั้ง…ด้วยตัวของคุณเอง

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *