“เวลาที่มีมากขึ้นทำให้ผมได้ทบทวนตัวเอง”

ในที่สุดหลายๆ คนที่รออยู่ก็ได้เห็นหน้าเซียวจ้านนะคะ ^^ เห็นสัมภาษณ์ประเด็นเรื่องที่เขาโดนโจมตีในช่วงที่ผ่านมาว่ารู้สึกเสียใจไหม เขาตอบว่าช่วงแรกๆ รู้สึกไม่เข้าใจมากกว่า

เขาเป็นห่วงทุกคนที่เกี่ยวข้องว่าจะได้รับผลกระทบ รวมถึงอยากจะขอโทษผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทุกคนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเรื่องนี้

ในช่วงเวลาที่อยู่คนเดียวเซียวจ้านได้รับข้อความจากเพื่อนคนหนึ่งที่ส่งมาให้

“จริงจังเมื่อต้องทำงาน อ่านเวลาที่สับสน ใช้ความคิดเมื่ออยู่กับตัวเอง และนอนเมื่อรู้สึกเศร้า”

บางทีคำแนะนำก็มาในรูปประโยคสั้นๆ ถึงจะรู้สึกดีขึ้นแต่เขาก็ยังรู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ความรับผิดชอบเป็นสิ่งที่ต้องมีในเมื่อเขาเป็นบุคคลสาธารณะ

อ่านแล้วก็…นะ จะพูดว่ายังไงดี เป็นคนเริ่มเรื่องก็ไม่ใช่ เป็นผู้รู้เห็นก็ไม่ใช่ ขอเรียกว่าเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์ดีกว่า

เหตุการณ์ที่ไม่ได้สร้างแต่ทำให้เขาโดนหนักที่สุด เพราะแฟนคลับไปรีพอร์ตเนื้อหาที่ใช้ภาพลักษณ์ของเขาในเชิงจินตนาการมากเกินไปในเว็บไซต์แห่งหนึ่ง

ผลคือเว็บไซต์ถูกบล็อคไม่ให้ใช้งานได้ในประเทศจีน คราวนี้เดือดร้อนถึงคนที่ใช้งานอยู่ เมื่อ “แหล่ง” ที่มีถูกปิด คนที่ได้รับผลกระทบย่อมไม่พอใจเป็นธรรมดา

แจ็คพอตแตกเพราะต้นเรื่องคือแฟนคลับของเซียวจ้าน สงครามออนไลน์ที่เกิดขึ้นจึงพุ่งเป้าโจมตีมาที่เขา

ช่วงนั้นโควิดในจีนกำลังระบาดหนัก นักแสดงและการถ่ายทำทุกอย่างถูกระงับ การจะออกมาแก้ข่าวในขณะที่เพื่อนร่วมชาติเดือดร้อนไม่ควรอย่างยิ่ง เซียวจ้านเก็บตัวเงียบ มีเพียงภาพสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้โรงพยาบาลที่ขาดแคลนออกมาให้เห็นบ้างประปราย

ระหว่างนั้น “แฟนคลับ” (บางคน) และ “แอนตี้แฟน” ก็เปิดการแสดงโต้วาทีให้เห็นเป็นระยะ

…แต่เซียวจ้านก็ยังคงเก็บตัวเงียบ จนเมื่อไม่นานมานี้ที่เขาเริ่มเคลื่อนไหวทางกฎหมายตอบโต้การกระทำของคนที่ไม่หวังดีบางกลุ่ม รวมถึงมีเพลงใหม่ออกมาด้วย

เขาไม่ได้หยุดไปเศร้าเฉยๆ ว่าไหมคะ เซียวจ้านใช้เวลาที่ต้องกักตัวทำงานและคิดหาวิธีแก้ปัญหา

เขาพูดไว้อย่างน่าฟังว่าช่วงที่หยุดไปทำให้เขาได้มีเวลาทบทวนตัวเอง ได้คิดถึงสมัยเด็กๆ ที่เริ่มเล่นโซเชียลว่าเคยคอมเมนท์อะไรแย่ๆ ทำร้ายคนอื่นหรือเปล่า

เพราะสิ่งที่เขาเจออยู่ตอนนี้คือคำพูดคอมเมนท์ที่ไม่ดีจากคนอื่น

แล้วเขาล่ะ…ในวัยเด็กเคยไร้เดียงสาจนทำให้ใครรู้สึกไม่ดีบ้างไหม

อ่านดูรวมๆ แล้วเซียวจ้านไม่โทษใครเลยแต่กลับสะท้อนถึงการกระทำของตัวเอง รวมทั้งขอร้องแฟนคลับของเขาไม่ให้ทำร้ายใคร

อ่านบทสัมภาษณ์กี่ครั้งเซียวจ้านก็ยังมีคอนเซปท์แบบเดิมในการใช้ชีวิต นั่นคืออยากพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น รวมถึงอยากให้คนที่ชอบเขาได้พัฒนาตัวเองไปด้วยพร้อมๆ กัน

มาทำหน้าที่ของตัวเองกันเถอะ ตั้งใจทำงาน ตั้งใจเรียนกันนะ พวกเราจะเติบโตด้วยกันในเส้นทางที่ดีขึ้น

เขาพยายามบอกว่าทุกอย่างนั้นล้วนเริ่มต้นที่ “ตัวเอง”
เช่น…ถ้าหากเราลองย้อนคิดถึงการกระทำของเราเหมือนเซียวจ้านสักครั้ง เราอาจจะตกใจว่า อ้าว…เราก็เคยทำเหมือนกันนะ

เพราะสมัยนี้การจะว่าใครสักคนง่ายดายมาก บางคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อนแต่กลับคอมเมนท์ถึงอีกฝ่ายได้อย่างรุนแรง

เจ็บของคนอื่นไม่เท่าความเจ็บปวดของตัวเราว่าไหมคะ แต่ถ้าลองคิดว่า “ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับเราล่ะ” เราอาจจะไม่กล้าพิมพ์อะไรลงไปเลยก็ได้

สมัยนี้เราเห็นสิ่งที่คนอื่นทำได้ง่ายดาย ทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดีล้วนถูกตีแผ่ แต่วิธีตักเตือนด้วยความหวังดีแตกต่างจากการเหน็บแนมหรือด่าทออย่างไร เป็นสิ่งที่เราต้องรู้จักมารยาทและขอบเขตที่เหมาะสมด้วยตัวของเราเอง

นั่นหมายความรวมถึงการให้ข้อมูลและเนื้อหาในโลกออนไลน์ด้วยว่าจะมีใครได้รับผลกระทบจากสิ่งที่เราทำหรือไม่

เราจะไปทบทวนการกระทำของคนอื่นได้อย่างไรถ้าเราไม่เคยทบทวนการกระทำของตัวเองเลยว่าเหมาะสมไหม

ว่าใครสักคนนั้นแสนง่าย แต่รักษาใจที่แตกสลายนั้นยากแค่ไหน

ต้องลองแตกสลายเองสักครั้ง…ถึงจะรู้

#ถ้าเราเป็นเขา

©2020 สนามอ่านเล่น All rights reserved.

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น