“เมื่อมีพอแล้ว…จึงไม่ต้องการอีก”

แอดยังอยู่ในกูซูนะคะ…เขียนถึงปรมาจารย์ลัทธิมารข้ามปียังไม่จบเลยค่ะ งานก็จะทำ หนังสือก็จะอ่าน ซีรีส์ก็จะดู โลกภายนอกก็อยากไป ^^

ที่ผ่านมาเล่าถึงคู่พี่น้องตลอดเลย ครั้งนี้เปลี่ยนเป็นคู่พ่อลูกบ้างนะคะ ถึงตาตัวร้ายอย่าง “จินกวงซ่าน” และ “จินกวงเหยา” ค่ะ

จินกวงซ่านเป็นประมุขของตระกูลจินที่มีฐานะร่ำรวย เขามีชีวิตสุขสบายมาก อยากได้อะไรก็ได้ จะเพราะอำนาจเงินทองที่มีหรือจะเพราะนิสัยเดิมติดตัวมาอย่างนั้นก็ตามแต่ ประมุขจินที่ดูภายนอกเหมือนจะมีคุณธรรม แต่ภายในกลับไม่ใช่…

เขาเป็นคนมักมากในกาม โลภในอำนาจ และวางแผนที่จะครอบครองตราพยัคฆ์ทมิฬมาตลอด จินกวงซ่านมีลูกหลายคนแต่ “จินจื่อเซวียน” ลูกชายที่เกิดจากฮูหยินตระกูลจินคือคนที่เขารักมากที่สุด

ส่วนลูกคนอื่นๆ จินกวงซ่านไม่สนใจใยดี ไม่ว่าจะเป็น “โม่เสวี่ยนอวี้” ลูกภรรยาน้อย และจินกวงเหยาที่เกิดจากโสเภณีที่เขาเคยมีความสัมพันธ์ด้วย

จินกวงซ่านไม่ใส่ใจดูแลทั้งคู่ อาจพูดได้ว่าโศกนาฎกรรมของตระกูลจิน (และลามไปถึงชีวิตของคนอื่น) เกิดจากความไม่รับผิดชอบของคนเป็นหัวหน้าครอบครัวอย่างจินกวงซ่านนั่นเอง

เขาทำกับจินกวงเหยาเหมือนไม่ใช่ลูก ตั้งท่ารังเกียจ และดุด่าใช้งานเหมือนเป็นเพียงคนรับใช้ในบ้าน จินกวงเหยาที่ได้รับความอยุติธรรมแบบนั้นจึงเรียนรู้ที่จะ “แสดง” ว่าไม่รู้สึกอะไรตั้งแต่เด็ก

เบื้องหน้าฉาบไว้ด้วยรอยยิ้ม อ่อนน้อมถ่อมตัวกับทุกคน แต่ภายในเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจในชีวิต

จินกวงซ่านไม่เคยยอมรับลูกที่เกิดมาจากแม่ที่ต่ำต้อย แม้จินกวงเหยาจะทำตัวดีด้วยสักแค่ไหนแต่สิ่งที่ได้รับกลับมาก็เหมือนการรดน้ำลงบนตอไม้ที่ตายแล้วอย่างไรอย่างนั้น

การมีพ่อที่เหมือนไม่มี…ไม่เลวร้ายเท่าจินกวงซ่านใช้ให้จินกวงเหยาทำเรื่องผิดๆ เป็นมือเป็นเท้าแทนตนไปทำร้ายคนอื่น

จินกวงซ่านไม่มีสำนึกผิดชอบชั่วดี ไม่เป็นตัวอย่างที่ดีของลูก จินกวงเหยาได้เห็นความไม่น่าเคารพในสิ่งที่จินกวงซ่านทำ เขาไม่มีอะไรให้น่ายึดถือเป็นแบบอย่าง

ไม่น่าแปลกใจเลยที่จินกวงเหยามีพ่อแบบนี้แล้วโตขึ้นมามีพฤติกรรมบิดเบี้ยว จนสามารถทำร้ายคนอื่นได้เพื่อให้ตัวเองมีอนาคต เขาลากคนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาเรื่อยๆ ไม่เว้นแม้แต่คนในครอบครัว

สำหรับบางคน…เพื่อให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์บางอย่าง เขาไม่รู้สึกผิดหากต้องทำร้ายใคร

ทำไมจินกวงเหยาถึงต้องทำอะไรอย่างนั้น ?

ความจริงแล้วคนทุกคนล้วนอยากได้รับการยอมรับ อยากมีตัวตน และสิ่งที่จะทำให้คนมองเห็นเราได้ชัดเจนที่สุด…น่าจะเป็นชัยชนะที่เราสามารถไขว่คว้าบางสิ่งบางอย่างมาเป็นของเราได้สำเร็จ

ไม่มีใครอยากพ่ายแพ้เป็นคนไม่สำคัญ แต่ใครจะรู้ว่าความพ่ายแพ้นี่เองที่สอนให้เรารู้จักและเข้าใจคนอื่นมากขึ้น

เข้าใจคนที่กำลังมีความรู้สึกเจ็บปวด เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเขากำลังเผชิญหน้ากับอะไร ถ้าตัวเราไม่เคยผ่านความล้มเหลวนั้นมาก่อน

จินกวงเหยาเองก็เข้าใจบาดแผลนั้นเพียงแต่เขาไม่อยากยอมรับมันอีก ความเจ็บปวดที่เคยเจอทำให้จิตใจเขาด้านชาไปเสียแล้ว

เมื่อไม่นานมานี้ได้ฟังข่าวคดีฆาตกรรมต่อเนื่องในไทยและต่างประเทศ มีการสรุปข่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า…คดีเหล่านี้ฆาตกรมักมีความผิดปกติทางอารมณ์ร่วมด้วย

การลงมือฆ่าคนหลายคนด้วยพฤติกรรมเดียวกันมีภาวะของโรคทางจิต อาจเกิดจากบุคลิกภาพผิดปกติแบบต่อต้านสังคม มีลักษณะขาดความเห็นใจผู้อื่น ขาดความสำนึกผิด ด้านชา ไม่เกรงกลัวและขาดความยับยั้งชั่งใจ

สาเหตุของการเป็นโรคอาจเกิดจากการถูกทารุณกรรมในวัยเด็ก หรือถูกเลี้ยงดูมาแบบละเลยเพิกเฉย หรือแม้กระทั่ง…อาชญากรรมในครอบครัว

ฟังข่าวนี้แล้วสะท้อนใจ และทำให้อดคิดถึงจินกวงเหยาขึ้นมาไม่ได้ ถึงแม้เขาจะไม่ได้ลงมือฆ่าคนด้วยพฤติกรรมเดียวกันซ้ำๆ แต่สิ่งที่เขาทำก็คือการฆ่าอย่างต่อเนื่อง

คนบางคน…ถ้าเรารู้ว่าเขาป่วย เราจะยังโกรธเขาไหมนะ ถ้าเรารู้สาเหตุและความเป็นมาเป็นไปของเขา เราอาจจะเข้าใจในสิ่งที่เขาทำมากขึ้นก็ได้

เข้าใจ…ถึงแม้ว่าความรู้สึกที่ถูกทำร้ายจะยังอยู่ แต่อย่างน้อยเราจะไม่โกรธเขามากอย่างที่เคยเป็น เราจะเข้าใจว่าสาเหตุของปัญหาทั้งหมดในจิตใจและการกระทำของเค้า…มาจากไหน

สังเกตไหมคะว่าคนบางคนไปอยู่ที่ไหนก็มีปัญหา แต่สำหรับบางคนไปอยู่ที่ไหนกลับไปช่วยที่นั่นแก้ปัญหา มันเกิดจากอะไร

เพราะความจริงแล้วรากเหง้าของปัญหาคือ “คน”
…คือ “จิตใจของคน”

การเลี้ยงดูในวัยเด็กสำคัญมาก เด็กที่อบอุ่น พื้นฐานครอบครัวดี ต่อให้อนาคตเขาเจอเรื่องร้ายแรงแค่ไหนแต่เขาจะไม่หลุดออกนอกเส้นทางมากนัก ถึงจะเซไปบ้างแต่หลักยึดมั่นในใจจะพาเขากลับไปในจุดที่ปลอดภัยเสมอ

คำว่า “ครอบครัว” ไม่ได้มีความหมายแค่ “พ่อ แม่ ลูก” แต่หมายถึงคนที่ผูกพันกัน รู้สึกว่าอีกฝ่ายเป็นหลักพึ่งพิงและสามารถเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจได้

เด็กบางคนครอบครัวไม่อบอุ่น แต่ได้เจอครูดี เพื่อนดี ที่มีความรักและความเมตตาให้อย่างจริงใจ คนเหล่านั้นจะกลายมาเป็นครอบครัวที่สองของเด็กและทำให้พวกเขาเติบโตได้อีกครั้งอย่างมีภูมิคุ้มกันในชีวิต

จินกวงเหยานั้นไม่เคยได้รับภูมิต้านทานใดๆ จากจินกวงซ่านนอกจากการกระทำที่เหมือนยาพิษ ในที่สุดเขาก็ได้ล้างแค้นพ่อตัวเองสมใจ กำจัดพี่น้อง ขึ้นมาปกครองเป็นประมุขตระกูลจิน

ไม่รู้หรอกว่าจินกวงเหยาป่วยไหม รู้แต่ว่าเขากลับมามีสติอย่างกระทันหันในตอนท้ายเรื่อง เมื่อผลัก “หลานซีเฉิน” ออกมาจากความตั้งใจที่อยากให้ตายไปพร้อมกัน

ความน้อยใจที่หลานซีเฉินแทงเขา…ไม่เชื่อใจเขา เทียบไม่ได้เลยกับความรักและการยอมรับที่ครั้งหนึ่งหลานซีเฉินเคยให้ สิ่งที่จินกวงเหยาไม่เคยได้รับจากใคร ในที่สุดภูมิคุ้มกันที่ชื่อว่า “รัก” ก็ทำงาน

ความรักคือการฉีดวัคซีนให้เด็กมีภูมิคุ้มกันในตัวเอง เราไม่รู้ว่าในการดำเนินชีวิตของเด็กคนหนึ่งเขาจะต้องไปเจอเชื้อโรคอะไรบ้าง แต่เด็กที่รู้ว่าเขาเป็นที่รักของใครบางคน จะไม่โหยหาความรักและการยอมรับที่มากเกินไปจากคนอื่นอีก

เมื่อรู้ว่า “มีแล้ว” และเมื่อมี “พอแล้ว” …จึงไม่ต้องการอีก

©2020 สนามอ่านเล่น All rights reserved.

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น