“เพราะความรักบังคับไม่ได้”

นอกจากแอดจะชอบอ่านหนังสือแล้วถ้ามีเวลาว่างๆ ก็ชอบเข้าทวิตไปอ่านความคิดเห็นในนั้นค่ะ เมื่อกี้อ่านเจอคำถามน่าสนใจ “ถ้าไอดอลที่คุณชอบเป็นเกย์ คุณจะรับได้ไหม”

คำตอบส่วนมากคือรับได้ค่ะ ^^ ออกแนวเป็นห่วงศิลปินที่ตัวเองชอบด้วยซ้ำว่าถ้ามีคนอื่นรู้เข้าจะถูกสังคมมองว่ายังไง ส่วนตัวคิดว่าไม่เฉพาะศิลปินหรอกค่ะ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ไม่เห็นแปลกเลย เอาจริงๆ ขอแค่เขาเป็นคนดีก็สุดยอดแล้ว เรื่องเพศของคนไม่น่าจะมีผลเท่าระดับความดีงามในจิตใจ

ก่อนหน้านี้เคยอ่านข่าวศิลปินคนหนึ่งที่จะแต่งงานแล้วมีแฟนคลับประท้วงให้เขาออกจากวง อ่านแล้วก็สงสัยว่าถ้าคนที่เรารักไปรักคนอื่น..เราจะไม่รักเขาแล้วจริงๆ เหรอ ถ้าเป็นแบบนั้นแสดงว่าที่ชอบเขามีความรู้สึกเรื่อง “เพศ” เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ถ้าไม่อย่างนั้นทำไมเศร้าล่ะที่เห็นเขาไปชอบคนอื่น ความรู้สึกแบบนั้นน่าจะเรียกว่าความหลงไหลคลั่งไคล้ไหมนะ

เหตุผลเดียวกัน…ถ้าวันหนึ่งเรารู้ว่าคนที่เราชื่นชมชอบเพศเดียวกันแล้วเรารู้สึกว่าจบสิ้นแล้ว แสดงว่าเราคิดกับเขาในทางที่มีความรู้สึกทางเพศชี้นำอยู่ด้วย เราไม่ได้มองเขาแค่ในฐานะ “คนๆ หนึ่งที่เรารัก”

ความรักที่แท้จริง…ถ้าหากเราลองคิดถึงความรักของพ่อแม่ที่ให้ลูกได้ทุกอย่างแม้แต่ชีวิตของตัวเอง รักขนาดนั้นแต่เมื่อลูกรักใครก็ยอมปล่อยลูกออกไปจากอก ขอแค่เห็นลูกมีความสุขก็พอ

เหมือนกัน…ในกรณีถ้าพ่อแม่มารู้ทีหลังว่าลูกชอบเพศเดียวกัน พ่อแม่จะไม่รักลูกแล้วไหมนะ ไม่มีทาง…ท่านอาจจะตกใจ ผิดหวัง แต่ไม่มีวันที่จะหยุดรักลูกได้หรอกค่ะ ถ้าเรารักใครอย่างแท้จริง รักเพราะเขาเป็นเขา รักที่ตัวตนของเขา ไม่ใช่รักเพราะเราอยากเห็นตัวเองมีความสุข จะเพศไหน…ก็ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการรักหรือไม่รัก

เพราะรู้ๆ กันอยู่ว่าความรักมันบังคับกันไม่ได้ ^^

©2020 สนามอ่านเล่น All rights reserved.

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น