“เจ้าเป็นคนบอกข้าเอง”


ในเรื่องปรมาจารย์ลัทธิมารมีอยู่ตอนหนึ่งค่ะที่แอดชอบมาก คือตอนที่เว่ยอิงถามหลานจ้านว่ารู้ได้ยังไงว่าเขาคือใคร หลานจ้านตอบแบบให้คิดต่อเองว่า “เจ้าเป็นคนบอกข้าเอง”

ความจริงคือรู้เพราะเว่ยอิงใช้เพลงที่หลานจ้านเคยร้องให้เขาฟังในตอนติดถ้ำด้วยกันสะกดวิญญาณเวินหนิงค่ะ

หลานจ้านเป็นคนถนอมคำพูด เขาใช้การกระทำของตัวเองบอกความหมาย เวลาจะพูดก็ดูสั้นๆ ทื่อๆ เขาไม่ถนัดการพูดความรู้สึกของตัวเองออกมา แต่ถ้าคนฟังๆ ดีๆ คำพูดทื่อๆ เหล่านั้นอธิบายความรู้สึกของเขาทั้งหมด

“ข้าอยากพาคนผู้หนึ่งกลับอวิ๋นเซินปู้จื้อฉู่ พากลับไป…และซ่อนเขาไว้” หลานจ้านพูดในวันที่ดูทรงแล้วว่าเว่ยอิงไม่น่าจะรอดจากการถูกสังคมประณามไปได้

แต่ถึงจะห่วงแค่ไหน…เราก็ไม่สามารถซ่อนใครไว้ได้ ทุกคนมีหน้าที่และชีวิตของตัวเองที่ต้องเดินต่อไป เมื่อล้ม…ก็ต้องเรียนรู้ว่าจะลุกขึ้นมาใหม่ยังไง

คนแบบเว่ยอิงในอดีตไม่สามารถปล่อยวางปัญหาที่เกิดขึ้นได้ เขาสงสารและคิดถึงคนอื่นมากกว่าตัวเอง ถึงได้ตัดสินใจช่วยเวินฉิงและเวินหนิงเพื่อความถูกต้อง เว่ยอิงเอาคนแก่และเด็กๆ ในตระกูลเวินที่รอดชีวิตไปซ่อนไว้ที่ล้วนจั้งกัง

นั่นคือจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิต เขาเลือกเส้นทางที่หันกลับไม่ได้อีก เว่ยอิงปิดเส้นทางกลับบ้านด้วยมือตัวเอง

หลานจ้านเคยเตือนเว่ยอิงหลายครั้งแต่ไม่ได้ผล เวลาที่เราหวังดีกับใครสักคน เราเตือนเขาได้ ส่วนเขาจะฟังไหม…เป็นอีกเรื่อง เพราะทุกคนมีเรื่องราวและเหตุผลในชีวิตเป็นของตัวเอง

แอดทำเพจนี้ขึ้นมา ชอบเล่าและพูดไปเรื่อยๆ มีหลายครั้งที่นอนน้อยแล้วเขียนผิด โชคดีว่าทุกครั้งจะมีเสียงบอก

การพูดถึงความผิดพลาดของคนอื่นเป็นศิลปะที่ต้องใช้หัวใจจริงๆ ค่ะ จะพูดยังไงน้า ไม่ให้สะเทือนใจคนฟัง เห็นอยู่กับตาเลยว่าเขียนอะไรแปลกๆ ปล่อยไปเดี๋ยวจะกลายเป็นโดดเดี่ยวผู้น่ารัก เอ้า…เตือนซะหน่อย

“แอดคะ ยังอ่านที่แอดเขียนไม่จบ แต่พระเอกเหมือนจะไม่ได้ชื่อนี้เลยค่ะ” หนึ่งดอก
“ข้อความนี้แปลมาผิดนะคะ เขาไม่ได้พูดแบบนี้ ความหมายเป็นแบบนี้ค่ะ…(บอกความหมายที่ถูกต้อง)” สองดอก
“กระทรวง…บอกมาแล้วว่าภาพนี้ที่แชร์กันไม่ได้ออกมาจากหน่วยงานนะคะ” สามดอก
“เรื่องนี้ข้อมูลไม่ครบก็เลยไม่ได้แสดงความคิดเห็นค่ะแอด” สี่ดอก (ส่วนแอดแสดงไปซะเยอะแล้วค่ะ)

โอเค ได้หลายดอกแล้ว สวยงาม…เป็นไม้พุ่ม ^^ จริงๆ มีอีกนะคะ แต่แอดจะไม่เล่าทั้งหมดหรอกค่ะ รู้จักเขินอายอยู่บ้างเหมือนกัน

ในโลกนี้มีใครบ้างไม่เคยทำผิด… แต่จะดีแค่ไหนถ้ามีใครบางคนไม่อยากเห็นเราผิด คอยบอก ช่วยแก้ไขให้เราปรับปรุงได้ดีขึ้น ยิ่งถ้าเป็นการบอกแบบเซฟชีวิต ไม่ประจาน รักษาหน้าและหัวของเราให้อยู่ที่เดิม ไม่ใช้คำพูดส่อเสียดหรือทำให้อับอาย คนที่ได้ฟังจะรู้สึกอะไรได้คะ นอกจากซาบซึ้งใจในความหวังดีนั้น

หลานจ้านน่ะ…รักและเป็นห่วงเว่ยอิงมากค่ะ ไม่เคยร้องเพลงให้ใครฟังก็ร้องให้เว่ยอิงฟัง ไม่ชอบพูดมากแต่ก็เตือนเว่ยอิง ทุกครั้งที่เตือนหลานจ้านเลือกใช้คำพูดตรงจุด ไม่ซ้ำเติม ที่สำคัญยังบอกวิธีแก้ไขให้ด้วย

คำว่า “ติเพื่อก่อ” จะเกิดผลลัพธ์ที่ดีก็ต่อเมื่อคนพูดมีความปรารถนาดีต่อผู้ฟังอย่างแท้จริงว่าไหมคะ เพราะถึงเราจะบอกว่าพูดเพราะอยากให้เขาปรับปรุงตัว แต่ถ้าคนฟังๆ แล้วท้อถอย หมดกำลังใจ คำพูดของเราถือว่าล้มเหลวค่ะ

คำพูดสร้างคนก็ได้ ทำลายคนก็ได้ เคยหมดความมั่นใจเพราะมีใครมาว่าเราไหมคะ แล้วเคยลุกขึ้นมาใหม่เพราะมีใครมาปลอบใจเราไหมคะ ถ้าเคย…รู้ใช่ไหมคะว่ารู้สึกแตกต่างกันอย่างไร

ทุกคำที่เราพูดออกไปในวันนี้จะกลายเป็นหลักฐานการกระทำของเรา เพลงที่หลานจ้านร้องให้เว่ยอิงฟังในวันนั้น กลายเป็นสิ่งที่ทำให้เขาตามหาเว่ยอิงเจอในวันนี้

ทุกสิ่งที่เราทำ…จะส่งผลต่อเราในอนาคตไม่ทางใดก็ทางหนึ่งแน่นอน สิ่งที่หลานจ้านทำไม่เสียเปล่าเลยเพราะเว่ยอิงจดจำเขาไว้ในใจเหมือนที่จดจำทำนองเพลงได้ทั้งหมด

เหมือนคำพูดที่ดีหรือไม่ดีเมื่อออกมาจากปากของเราแล้วก็จะอยู่ในหัวใจคนฟังตลอดไป ที่สำคัญคนฟังที่ว่า…ยังรวมถึง “ตัวเรา” ด้วย

ทุกคำพูดที่ออกมาจากปากเรา…หูเราก็ได้ยิน ถ้าเขียน…ตาเราก็ได้อ่าน

อะไรที่ส่งผลกับหัวใจคนอื่นได้ก็ส่งผลกับหัวใจของเราได้เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่าเราจะมองเห็นไหม…ว่าตอนนี้หัวใจของเราเป็นสีอะไร

การรักษาหัวใจของคนอื่นก็เหมือนเป็นการรักษาหัวใจของเราเอง…ว่าไหมคะ ^^

#เจ้าเป็นคนบอกข้าเอง ❤️❤️
#ขอบคุณทุกความคิดเห็นที่สวยงามค่า
#ไม่มีท่านเหล่านั้นไม่มีแอดวันนี้
#รักเสมอไม่เจอก็เขินอาย ☺️

©2020 สนามอ่านเล่น All rights reserved.

You may also like...

1 Response

  1. นิรนาม พูดว่า:

    รักแอดที่สุดเลยค่ะ ไม่เคยอ่านบล็อกใครแล้วชอบไปหมดทุกหน้าแบบนี้มาก่อนเลย…เราศีลเสมอกันมั้ยนะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น