เคหาสน์สีแดง

“ในที่สุด…มัมมี่ก็ฟื้นคืนชีพ”

แอดเพิ่งได้ดูละครเรื่องหนึ่งที่เคยออกอากาศเมื่อประมาณสิบปีที่แล้วค่ะชื่อว่า “เคหาสน์สีแดง” เวอร์ชั่นคุณแอนดริว

ตัวละคร “รุจ” เป็นคุณหมอที่เพิ่งเรียนจบกลับมาจากต่างประเทศ เขาจากบ้านไปนานจนทุกอย่างดูห่างเหิน รวมถึงตัวเขาเองที่วางตัวเหินห่างจากคนอื่น

รุจมีคนรักชื่อว่า “เสาวรส” สาวสังคมสมัยใหม่ที่สวยโฉบเฉี่ยวและมั่นใจกลับมาด้วย ทั้งคู่วางแผนว่าจะแต่งงานกัน แต่รุจขอเวลาให้งานลงตัวก่อนทำให้เสาวรสไม่พอใจและหันไปคบ “ภาคินัย” พ่อเลี้ยงหนุ่มฐานะดีแทน

ในขณะที่คนรักตีตัวออกห่าง รุจค่อยๆ มองเห็นการมีอยู่ของผู้หญิงอีกคน

หรือจะว่าไปเขาเห็นอยู่แล้ว..แต่แค่แกล้งมองไม่เห็น รุจไม่ชอบ “อารยา” ซึ่งเป็นลูกติดของแม่เลี้ยงเลยสักนิด ตั้งแต่พ่อรับผู้หญิง 2 คนนี้เข้าบ้าน เขารู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นส่วนเกิน แต่เมื่อทั้งพ่อและแม่เลี้ยงด่วนจากไปก่อน…หน้าที่ดูแลอารยาจึงกลายเป็นของเขา

รุจมีบุคลิกเคร่งขรึม เพื่อนสนิทของอารยาถึงกับพูดว่าผู้ปกครองของอารยาคนนี้เป็น “Mummy of a prince” ด้วยหน้าตาที่ไม่เคยจะรับแขก ใครเห็นก็ไม่กล้าคุยด้วยเพราะน่ากลัวเกินไป

ขนาดอารยาที่เป็นคนมีเสน่ห์น่ารัก ยิ้มแย้มแจ่มใส คือต่อให้มองโลกสวยอย่างไรก็ยังเห็นด้วยว่ารุจคือเจ้าชายมัมมี่ ไม่รู้จริงๆ ว่าทำไมเขาถึงได้ไม่ชอบหน้าเธอนัก

ความจริงในวัยเด็กรุจเคยเห็นแม่ของอารยาแอบติดต่อกับผู้ชายอีกคน เขาเก็บเรื่องนี้ไว้ในใจ แม้ไม่เคยพูดถึงแต่ก็ทำใจให้ยอมรับไม่ได้ ดังนั้นรุจจึงไม่ทำตามพินัยกรรมของพ่อที่สั่งให้เขาแต่งงานกับอารยา

บรรยากาศในเคหาสน์สีแดงดูอึมครึมเพราะมีคนสวมบทเจ้าชายมัมมี่อยู่ ดีที่บางมุมยังมีความสดใสเพราะมีอารยาที่ดูร่าเริงเหมือนดอกไม้บานยามเช้า

ก็อยู่กันไปแบบกล้าๆ กลัวๆ แบบนั้น จนกระทั่งวันที่อารยาได้รู้ว่าแม่มีมลทินโดยบังเอิญ ทำให้เธอตัดสินใจหนีออกจากบ้าน ทิ้งให้รุจอยู่กับความเป็นห่วงเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าอารยาไม่เกี่ยวข้องกับความผิดบาปของใครในอดีต

เรื่องที่รุจไม่ยอมปล่อยผ่านเพราะอคติในใจของตัวเองนั้น นอกจากในอดีตจะทำร้ายคนอื่นแล้ว ในวันนี้ยังย้อนกลับมาทำให้เขารู้สึกเสียใจด้วย…

เรื่องราวดูเหมือนจะเลี้ยงยุงได้หลายตัวเลยใช่ไหมคะ ^^ แต่แอดนั่งดูเพลินมากค่ะ ทั้งที่เมื่อสิบปีก่อนไม่เคยจะสนใจ ความรู้สึกคนเรานี่เปลี่ยนแปลงได้เสมอและเปลี่ยนไปตอนไหนก็ไม่รู้นะคะ

อ่านตอนจบในนิยายเมื่อทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันได้แล้ว อารยาตัดสินใจทิ้งทุกอย่างแล้ว(กระโดด)ขึ้นรถกลับเคหาสน์สีแดงพร้อมรุจ แต่ในละครมีเพิ่มบทให้ทั้งคู่นั่งคุยกันที่ท่าน้ำเข้ามาด้วย

ประโยคสุดท้ายที่อารยาพูดก่อนที่ละครจะจบลง เธอล้อรุจด้วยรอยยิ้มพร้อมกับพูดว่า “เฮ้อ…ในที่สุดมัมมี่ก็ฟื้นคืนชีพ”

แอดชอบที่รุจแกล้งทำเป็นมัมมี่เพื่อจะได้สวมกอดอารยาไว้ค่ะ ^^

ในความเป็นจริงเราทุกคนต่างเคยผ่านการถูกตัดสิน ไม่ว่าจะดีหรือเลว ถูกหรือผิด แต่บางครั้งก็ต้องยอมรับว่าสิ่งที่คนอื่นวิจารณ์เราเป็นเรื่องจริง เช่นการที่เพื่อนของอารยาพูดว่ารุจทำตัวเหมือนเจ้าชายมัมมี่นั่นก็สมควรอยู่ เพราะรุจทำตัวแบบนั้นจริงๆ

แต่บางคราว…สิ่งที่คนอื่นเข้าใจเราก็อาจคลาดเคลื่อนไปไกล เช่น การที่รุจคิดว่าแม่ของอารยาคบชู้ทั้งที่เรื่องจริงเธอเป็นฝ่ายที่ถูกบังคับ

ความเข้าใจผิดบางอย่างอาจทำให้ความสัมพันธ์ขาดสะบั้นลงได้ง่ายๆ แต่เรื่องราวของอารยาและรุจก็ทำให้คนดูได้เห็นว่าท่าทีในการแสดงออกเป็นสิ่งสำคัญมากในการขานรับและตอบกลับความคิดเห็นของคนอื่นที่มีต่อตัวเรา

แอดชอบอารยามากค่ะ เธอเป็นคนมีอารมณ์ขัน…เหมาะแล้วที่จะอยู่กับรุจเพราะสามารถทำให้เรื่องดราม่าในชีวิตของเขากลายเป็นสีพาสเทลได้ดีเชียว

ในที่สุดมัมมี่…ก็รู้สึกยินดีที่จะฟื้นคืนชีพ ^^

#น่ารักมาก 😊❤️
#เคหาสน์สีแดง
#สนามอ่านเล่น

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น