“จงใคร่ครวญหัวใจ”

ครั้งก่อนแอดเคยบอกว่าชอบศิษย์พี่หญิง “เจียงเหยี่ยนหลี” ในเรื่องความฉลาดทางอารมณ์ใช่ไหมคะ แต่ถ้าใครลองไปอ่านคอมเมนท์ในโพสต์ที่แอดเคยถามไว้จะได้อ่านความคิดเห็นดีๆ อีกเยอะเลยค่ะ

คำตอบครั้งก่อน “หลานซีเฉิน” มาเป็นอันดับหนึ่ง คุณชายใหญ่ที่นิยายบอกไว้ว่าหน้าตาดีที่สุด ทิ้ง “หลานจ้าน” ที่หน้าตาไม่เคยจะรับแขกให้ลงมาอยู่ที่สอง

หลานซีเฉินรักน้องมาก เรียกว่าแค่มองตาก็รู้ใจ ในขณะที่ไม่มีใครดูอารมณ์หลานจ้านออกแต่หลานซีเฉินแค่เหลือบตามองก็เข้าใจแล้ว

ทั้งคู่ถูกฝึกให้อยู่ในระเบียบวินัยมาตั้งแต่เด็ก หลานซีเฉินแม้จะรักและเป็นห่วงน้องแต่ไม่มีเวลาพูดมาก เพราะตัวเองก็ยังเป็นเด็กน้อยที่ต้องฝึกฝน ซ้ำโดนหนักกว่าด้วยภาระหน้าที่ต้องดูแลตระกูลหลานในอนาคต

โตกันมาแบบพี่ทำอย่างไร น้องทำอย่างนั้น สมกับฉายา “หยกคู่ตระกูลหลาน” ที่งดงามและน่ายกย่อง พวกเขาดูเจิดจ้าจนแสบตาเมื่อใครได้พบ

หลานจ้านเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูงตรงข้ามกับหลานซีเฉินที่มักจะเป็นฝ่ายประนีประนอมและปรับตัวเข้าหาคนอื่น เขารู้ดีว่าความนิ่งเงียบไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ของหลานจ้านเป็นนิสัยแท้ๆ โดยไม่ได้ประดิษฐ์

ยิ่งน้องไม่ค่อยพูด เขายิ่งสังเกตเพื่อทำความเข้าใจจนรู้ดีกว่าใครว่าน้องอ้างว้างแค่ไหนเมื่อไม่มีแม่ การขาดความรักที่อยากได้ในวัยเด็กทำให้หลานจ้านปิดตัวเองจนกลายเป็นคนเย็นชา

ใครจะคิดว่าคนเย็นเป็นน้ำแข็งแบบนั้นแต่เมื่อมีเพื่อนกลับรักและทุ่มเทมาก หลานจ้านกลายเป็นคนอบอุ่นขึ้นมากระทันหันเมื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ “เว่ยอิง”

หลานซีเฉินรู้ดีทุกอย่างเพราะคอยสอดส่องความเป็นไปของน้อง เขารู้ว่าสักวันหลานจ้านต้องเดือดร้อนเพราะรักเพื่อน แต่เพราะมีนิสัยเกรงใจคนอื่นเลยทำได้แค่สังเกตอยู่ห่างๆ

ที่หลานซีเฉินเป็นที่รักใคร่ของใครต่อใครเพราะการรู้จักกาลเทศะและมีมารยาทนี่เอง เขาเป็นคนดีที่น่ายกย่องสมกับเป็นประมุขตระกูลหลานที่ทุกคนเคารพ

แม้แต่ “จินกวงเหยา” ที่ไม่เคยรักและจริงใจกับใครเลยก็ยังอดชื่นชมในตัวหลานซีเฉินไม่ได้

สรุปคือพี่น้องบ้านนี้จิตใจดีเหมือนหน้าตา ไม่ยึดติดกับฐานะหรือตำแหน่ง คนที่พวกเขาเลือกคบล้วนแต่มีคุณธรรม

“ตัดสินคนใช่ว่าจะใช้ความถูกผิดแบ่งแยกได้ ล้วนขึ้นอยู่กับจิตใจทั้งสิ้น” หลานซีเฉินเคยพูดกับหลานจ้านไว้แบบนั้น เขาสอนน้องว่าการตัดสินคนไม่ใช่ดูแค่ความถูกผิด แต่ต้องดูจากเจตนาในสิ่งที่ทำด้วย

สอนน้องดีและทำได้อย่างที่ตัวเองพูด ดังนั้นเมื่อได้ฟังเรื่องราวเลวร้ายของจินกวงเหยา หลานซีเฉินจึงยังไม่ปักใจเชื่อ “รอดูท่าที” ไปก่อน

นิสัยของพี่น้องตระกูลหลานแตกต่างกันตรงนี้ เมื่อเว่ยอิงใช้วิชามาร หลานจ้านนอกจากจะไม่รอดูผลงานแล้วยังกล้าถามและห้ามปราม เรื่องบางเรื่องช้าไม่ได้ ยิ่งช้ายิ่งถลำลึก

…แต่เมื่อเตือนแล้วยังไม่ฟัง เขาก็ไม่ทิ้ง ยอมรับและเข้าใจ

ส่วนหลานซีเฉินกว่าจะรู้เรื่องราวทั้งหมดก็สายเกินแก้ จินกวงเหยาไม่ใช่คนดีอย่างที่เขาคิด ความไว้ใจทั้งหมดพังทลาย

จิตใจคนเรานั้นยากแท้หยั่งถึง แม้แต่คนที่ความคิดมืดดำที่สุดก็ยังมีความรักและความจริงใจได้ เหมือนที่จินกวงเหยามีความรู้สึกนั้นให้หลานซีเฉิน

เพราะหัวใจเป็นแค่เนื้ออ่อนๆ บางทีมันก็คดเคี้ยวและลดเลี้ยวไปบ้าง ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เราจะรู้ใจใครสักคน

เคยมีคนพูดไว้ว่าสิ่งหนึ่งที่ผู้นำเก่งๆ ต้องมีคือ “การรู้เองในทันทีทันใด” นั่นคือความสามารถในการวิเคราะห์เรื่องราวโดยใช้จิตใต้สำนึกของตัวเองในการตัดสินใจ

เราจะประเมินเหตุการณ์ได้อย่างไรถ้าไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ แต่ถึงเราจะไม่รู้ใจใคร อย่างน้อยเราก็ต้องรู้ใจตัวเอง เชื่อในสัญชาตญาณและความรู้สึกของตัวเรา

ตัวหลานซีเฉินเคยคิดว่าเขาจะตัดใจได้ถ้าหากจินกวงเหยาทำผิด แต่สุดท้ายก็ต้องเสียใจที่พลั้งมือทำร้ายคนที่ดีกับเขา

เรื่องแบบนี้คนน้องจัดการตัวเองได้ว่องไวกว่าคนพี่ ถ้าใครสำคัญกับเขา…คนอย่างหลานจ้านไม่เคยปล่อยมือ เขารู้ใจตัวเองดีว่าต้องการใคร

ถูกก็เรื่องหนึ่ง ผิดก็เรื่องหนึ่ง ทำยังไงให้ตัวเองไม่เสียใจก็เรื่องหนึ่ง

…คนละเรื่องเดียวกัน เขาแค่เลือกทำในสิ่งที่มองย้อนกลับไปแล้วจะไม่เสียใจ

จะยอมเสียใจที่ช่วยไม่ได้ หรือเสียดายที่ไม่ได้ช่วย เป็นเรื่องที่เราต้องเลือกและตัดสินใจด้วยตัวเอง

©2019 สนามอ่านเล่น All rights reserved.

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น